สัตว์เลี้ยงกลิ่นปากเหม็น ทำอย่างไรดี

วิธีทำให้รอยยิ้มของคุณและสัตว์เลี้ยงสดใสและมีความสุขทำได้ไม่ยาก แค่ลดกลิ่นปากเป็นพอ เรื่องจริงของคนรักสัตว์ที่นึกอยากจะจูบเจ้าตูบเจ้าเหมียวแต่ละที ต้องรีบเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน เหมือนสัตว์เลี้ยงอ้าปากหาวระเบิดลมหายใจกลิ่นเหม็นรุนแรงออกมา กลิ่นปากไม่ใช่เรื่องขำ ๆ อาจหมายถึงปัญหาสุขภาพ อย่างน้อยก็เรื่องฟันและเหงือก จำเป็นต้องทำความสะอาด หลายคนมีแปรงสีฟันเล็กสำหรับสุนัขหรือแม้แต่แมว

ในช่องปากของสัตว์ไม่ได้มีแบคทีเรียชนิดเดียวกับของมนุษย์ เศษอาหารที่ติดอยู่กับฟันอาจก่อปัญหาโรคฟันผุและโรคเหงือกตามมา บ่อยครั้งที่ฟันแตกหรือบิ่นเสียหายในขณะเคี้ยว ส่วนใหญ่เจ้าของจะไม่ทราบเรื่องนี้เนื่องจากสุนัขและแมวซ่อนความเจ็บปวดไว้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพฤติกรรมนี้เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณการอยู่รอดของสัตว์เลี้ยง โดยสังเกตจากสัตว์ป่า ตัวไหนแสดงจุดอ่อนออกมาถูกโจมตีโดยนักล่าเป็นอันดับแรก กลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติทำให้สัตว์เลี้ยงทุกข์ทรมานเงียบ ๆ โดยที่เราไม่รู้ ควรสังเกตอยู่เสมอว่าสัตว์เลี้ยงมีการซึมหรือกินอาหารน้อยลง เป็นเพียงข้อสังเกตความผิดปกติขั้นต้นเพื่อช่วยดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

ดูแลสุขภาพฟันของสัตว์ ดีอย่างไร

การดูสุขภาพฟันจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงปากสะอาดและไม่ต้องทนกับความเจ็บปวด สัตวแพทย์มีแปรงสีฟันสุนัขเล็ก มีอุปกรณ์การขัดฟันรวมถึงเครื่องเอ็กซ์เรย์ที่ช่วยสัตว์เลี้ยงได้ ลองสังเกตสัญญาณหลายอย่าง โดยเฉพาะกลิ่นปากและมองเห็นได้ง่ายว่าอาการเคี้ยวผิดแปลกไป หรือลังเลที่จะกินอาหาร แสดงว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาเรื่องฟันและช่องปาก อยากให้ชัดเจนขึ้นลองสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงไม่ชอบให้สัมผัสแตะใบหน้า หากมีฟันแตกหรือผุใบหน้าอาจจะเจ็บ จมูกและปากเป็นอวัยวะใกล้เคียงที่สังเกตได้เช่นกัน หากสัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาเรื่องน้ำมูกไหล อาการเหล่านี้อาจส่งสัญญาณเรื่องปัญหาฟัน

ดูแลสุขภาพฟันของสัตว์ ดีอย่างไร

แนะนำให้พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจฟันสุนัขและแมวปีละครั้ง ทุกครั้งที่พาไปหาหมอ ไม่ว่าจะเป็นกำหนดฉีดวัคซีนเห็บหมัด การรักษาทั่วไป หรือเพียงแค่ตัดเล็บ ขอให้สัตว์แพทย์ตรวจเช็คฟันด้วยทุกครั้ง หากพบปัญหาอาจจะต้องนัดหมายเวลาใหม่ เนื่องจากสุนัขคงไม่ได้นั่งอ้าปากให้ดูฟันนานเกือบชั่วโมง ต้องอดข้าวอดน้ำ วางยานอนหลับให้เรียบร้อย ก่อนจะแก้ปัญหาฟันผุ ฟันแตก ตลอดจนใช้เครื่องมือขจัดคราบสกปรกจากฟันที่เหลือ ในบางประเทศทันตแพทย์ทำครอบฟันให้สุนัขด้วย แต่ไม่ใช่กรณีที่พบบ่อย

โดยทั่วไปแล้วสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มวัย พออายุเกิน 10 ปีกลายเป็นผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่เรื่องฟันที่เป็นปัญหา แต่ต้องดูด้วยว่าสุขภาพโดยรวมแล้วทนกับการทำฟันไหวหรือไม่ นอกจากนี้อาจต้องการใช้วิธีเอ็กซ์เรย์ช่องปากด้วย ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการไม่ใช่น้อย ๆ เลย ทางที่ดีควรดูแลฟันให้แข็งแรง แจกขนมขัดฟันให้บ่อยเพื่อช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์และฝึกการแปรงฟันให้ชินตั้งแต่เล็ก ถ้าหาแปรงสำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ได้ ใช้ปลอกนิ้วแปรงฟันเด็กก็ใช้ได้เหมือนกัน ห้ามใช้ยาสีฟันของมนุษย์ถือเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Welcome Image